Monday, December 7, 2009

โรค ริดสีดวงทวารหนัก


ริดสีดวงทวารหนัก (hemorrhoid, pile)

เกิดจากเยื่อบุและกระจุกเส้นเลือดปกติบริเวณ ใกล้รูทวารหนักซึ่งทำหน้าที่เป็นหมอนกันกระแทกอยู่ภายในเกิดการขยายตัวและหย่อนยาน ทำให้เนื้อเยื่อดังกล่าวเกิดการเลื่อนที่ลงล่างออกมาสู่บริเวณปากทวารหนัก อาจร่วมกับมีการฉีกขาดของเส้นเลือด ทำให้เกิดโรคริดสีดวงทวารหนักอาการของโรคริดสีดวงทวารหนัก มักจะมีอาการถ่ายเป็นเลือดสด โดยไม่มีอาการปวด อาจพบก้อนยื่นออกมาขณะถ่าย หรือ มีก้อนที่ปากทวารหนักอยู่ตลอดเวลา แต่ถ้าเกิดมีลิ่มเลือดอุดตันในริดสีดวงทวาร จะทำให้มีอาการปวดมาก สาเหตุที่ทำให้เกิดริดสีดวงทวารหนักยังไม่ทราบแน่ชัด มีปัจจัยหลายอย่างที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นริดสีดวงทวารหนัก ได้แก่ ท้องผูก เบ่งมาก นั่งส้วมนาน โดยเฉพาะผู้ที่ชอบอ่านหนังสือขณะเข้าห้องน้ำ หรือคนที่ท้องเสียถ่ายบ่อย รวมถึงผู้ที่มีประวัติมีคนในครอบครัวเป็นก็จะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้สูงขึ้น

ริดสีดวงทวารหนักภายใน คือ ริดสีดวงซึ่งเกิดในช่องทวารเหนือรอยต่อของเยื่อบุของลำไส้ตรงกับผิวหนังของช่องทวารหนัก ซึ่งเยื่อบุของริดสีดวงชนิดนี้จะมีประสาทรับความเจ็บปวดน้อยมาก นิยมแบ่งความรุนแรงของริดสีดวงทวารหนักภายในออกเป็น 4 ระยะ คือ

ระยะที่ 1 มีเพียงอาการถ่ายเป็นเลือด โดยไม่มีก้อนโผล่จากปากทวารหนัก
ระยะที่ 2 มีก้อนโผล่ออกมาขณะถ่ายและกลับเข้าในปากทวารได้เองหลังถ่ายเสร็จ
ระยะที่ 3 ก้อนที่โผล่ออกมาไม่สามารถกลับเข้าไปได้เอง ต้องใช้นิ้วช่วยดัน
ระยะที่ 4 มีก้อนโผล่ออกมาตลอดเวลาหรือดันกลับเข้าไปแล้วก็ยังออกมาอีก

การรักษาทำได้หลายวิธี
วิธีที่ 1 วิธีการรักษาแบบประคับประ คอง ทำได้โดยการสร้างสุขนิสัยที่ดี ขับถ่ายให้ เป็นเวลา ไม่ควรนั่งส้วมนาน รับประทานผักผลไม้และดื่มน้ำให้เพียงพอ การรับประทานยาเพิ่มกากใยอาหารเพื่อให้ถ่ายง่ายขึ้น
วิธีที่ 2 การฉีดยาบริเวณรอบหัวริดสีดวง (sclerosing injection) เพื่อให้เกิดพังผืดรัดหัวริดสีดวงและฝ่อไปเองภายหลัง ข้อดีคือไม่เจ็บ ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ฉีดยาเสร็จกลับบ้านได้เลย ได้ผลดีในริดสีดวงระยะที่ 1 และ 2 แต่ในริดสีดวงระยะที่ 3 ได้ผลไม่ค่อยดีนัก
วิธีที่ 3 การรัดยาง (rubber band ligation) วิธีการคือ แพทย์จะใช้เครื่องมือจับเหนือตัวริดสีดวงและยิงห่วงยางขนาดเล็ก เพื่อรัดเหนือหัวริดสีดวงซึ่ง เป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดเข้ามาเลี้ยง หลังจากรัดยาง เนื้อเยื่อที่ถูกรัดจะค่อย ๆ ขาดเลือด ประมาณ 5-7 วันหัวริดสีดวงก็จะหลุดออกมาเอง ริดสีดวงก็จะถูกรั้งไว้ภายในโดยพังผืดที่เกิดตามมา หลังจากรัดยางผู้ป่วยจะ มีเพียงอาการปวดถ่วงในทวารหนักเล็กน้อย น้อยรายที่จะมีอาการปวดมาก ที่สำคัญเป็นวิธีที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล วิธีนี้เหมาะกับริดสีดวงระยะที่ 2 และ 3 หรือระยะที่ 4 บางราย
วิธีที่ 4 การผ่าตัดหัวริดสีดวงออก เหมาะกับริดสีดวงระยะที่ 4 หรือระยะที่ 3 บางรายที่รักษาด้วยวิธีฉีดยาหรือรัดยางแล้วไม่ได้ผล ริดสีดวงทวารหนักภายในร่วมกับภายนอก และในกรณีที่เกิดโรคแทรกซ้อน เช่น ริดสีดวงอักเสบซึ่งทำให้เจ็บปวดรุนแรงมาก หรือมีเลือดออกมาก
อ้างอิง( www.thaidhamforlife.blogspot.com/2009/09/blog-post.html)

วิธีที่ 5 รักษาแบบโบราณ (ซึ่งผมไปรักษามา)

ผมโชคดี มากที่แฟนผมรู้เรื่อง ริดสีดวงทรวร เพราะ พ่อ และน้องชายแฟนก็เคยเป็น แล้วไปรักษามาแล้วหายตอนแรกผมก็ไม่เชื่อ ว่าการรักษาแบบแผนโบรณาจะต่าง กับ แผนปัจจุบันมาก
อาการของผม น่าจะเป็นระยะที่ 4 ในช่วงแรกมีอาการปวดไม่มาก เพราะริดสีดวงอย่างเล็กๆ
ผมก็ไม่ได้คิดอะไร นึกว่าจะหายเองได้ แล้วดันไปเที่ยวหัวหินกับแฟน และน้องแฟนอีก เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน
คืนแรก เวลานอนผมจะนอนคว่ำหน้าเพราะเจ็บ ผมไม่กล้าบอกให้แฟน กับน้องแฟนรู้ อาย
วันสอง ผมเดินไปเที่ยว ที่จุดชมวิวหิน ผมแกล้งเจ็บเท้าเดินไม่ไหว(บังเอิญที่เท้ามีแผลเล็กน้อย) ไม่กล้าที่จะบอกอีก แล้วก็แวะไปร้านขายยาซื้อยาแก้ปวด+แก้อัปเสก (บอกแฟนว่าเจ็บเท้า เพราะอายที่จะบอก) ผลสุดท้ายผมทนไม่ไหว เลยต้องเล่าความจริง บังเอิญน้องชายแฟนเคยเป็นมาก่อน ผมก็เล่าอาการของผมไปว่าที่ทราวรผมมีติงโผล่ออกมา เจ็บ ซื่งผมไม่ได้ดันติงนี้เข้าไปในรูทราวร(ริดสีดวง)เพราะผมไม่รู้ว่าต้องดันเข้าไป ทำให้ เวลาเดินเสียดสีแล้วบวม ปวด รู้ตอนนี้ก็สายไปแล้ว ดันไม่ได้เพราะเจ็บมันอับเสบ แต่ก็ตอนทนกลัว แฟน กับน้องแฟนจะเที่ยวไม่สนุก จนถึงกลับ T T
วันที่1 ที่กลับมา ปวดระบม กินยาแก้อับเสก
วันที่ 2 แฟนแนะนำให้กิน เพชรสังคราร กับแนบยา ถ่ายสบายท้อง
วันที่ 3 ผมเพิ่มประคบด้วยความร้อนแล้วพยายยกขาสูง คิดว่าเลือดที่คั่นตรงทวารจะไหลย้อนกับ ทำให้หาย ได้ ทำให้ ถ่าย เป็นเลือด นิดเดียว แล้วก็หยุดใน เช้าวันที่ 4
คืนวันที่ 4 ผมหาข้อมูลในเน็ต เห็นว่าเอายาหม่อง มาทาให้ทั่วทวารหนัก แล้วจะยุบได้ผมก็ทดลอง แล้วก็นอนเอาก้นเบาพัดลม เพราะโดนลมรู้สึกสบาย
เช้าวันที่ 5 เข้าใจว่ามานยุบ พอนั่งมานก็เริ่มปวดอีก
(ช่วงระยะเวลา 5 วันนั้น ผมหาสอบถามข้อมูล และหาข้อมูลทางเน็ต พบว่ามีการรักษา 2 แบบแผนปัจจุบันกับแผนโบราณ ผมชั่งใจ ไม่รู้จะรักษาอันไหน เพราะ ถ้าแผนโบราณผมต้องออกตังเอง ถ้าปัจจุบันผมเบิกประกันได้ และผมคิดว่าโบราณกับปัจจุบันคงไม่ต่างจากกันมาก แต่จากการหาข้อมูลทางเน็ต พบว่า รักษาแผนปัจจุบัน ไม่รับรองหายขาดอาการอาจกับมาเป็นอีก มีผลข้างเคียง พักฟื้นนาน เจ็บทรมาน ผมจึงตัดสินใจไปรักษาแผนโบราณให้แฟนพาไปรักษา)
วันแรกของรักษาแผนโบราณ หมอแผนโบราณา จะให้ดูในรูปว่าเป็นแค่ไหนมีตัวอย่างให้ดู
แล้วให้ผมนอนเปิดก้น หมอบอกว่า ริดสีดวงของผมเป็น 3 หัว แตกไปแล้วหัวหนึ่งอยู่ข้างใน แล้วกำลังจะเป็นฝี(เริ่มีตู่มเล็กอยู่รอบเทวาร) ถ้ามาช้าอีกสอง 2 วันจะรักษายากกว่านี้แต่รักษาได้ หลังจากนั้นหมอก็ ล้างแผล
แล้วเอาเข็มฉีดยาแผนโบราณเข้าไปในริดสิดวง ซึ่งเจ็บแปป ใช้เวลารักษา 5 นาที ผมรู้ไม่เจ็บอีกแล้วที่ริสสีดวง รู้ได้เลยมานดีขึ้นมากๆ ยาที่หมอฉีดเข้าไปทำให้ริดสีดวงฟ่อแล้วแห้งแข็ง จากการสอบถาม
อาการของผม ต้องมาพบหมอ 3 วัน หลังจากนั้นก็แล้วแต่ จะหายภายใน 8 วัน "ซึ่งรู้อย่างงี้ผมจะรีบมารักษา ไม่ปล่อยให้มานอัปเสกแตก ให้ทรมาน" ราคารักษา ที่นี่คิดหัวริดสีดวงละประมาณ 2,000 บาท ค่ายากินและยาทาต่างหาก ที่นี่รับรองรักษาแล้วไม่หายมารักอีกไม่คิดตังตลอดชีวิต จากสอบถาม คนเราจะมีริดสีดวงอยู่ 8 หัว ถ้าเอาออกไปแล้วด้วยวิธีแผนโบราณจะไม่กับมาเป็นมาใหม่อีก ผิดกับวิธีแผนปัจจุบัน อาจกับมาเป็นใหม่ แล้วอาจมีปัญหาหูรูดทราวหนักอีก

ตอนนี้ผมหายดีแล้ว สถานที่รักษาอยู่ กทม.แถว พระราม2 ตรงข้ามโลตัสพระราม2(ซอยหมู่บ้านเคหะ )ซอยอะไรจำไม่ได้ ถามคนถีบรถ3ล้อแถวนั่นดูนะครับ ผมก็ถามทางเค้าเหมือนกัน หวังว่าบทความนี้คงมีประโยชน์ เป็นทางเลือกในการรักษาอีกทางหนึ่ง

No comments:

Post a Comment